kay's profileKay's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 25

    food for thought- about relationships

    One more of those irresistable blog entries from other bloggers that I would like to put forward.  Very subtle metaphor on the passage to find that special someone.  A translation to the more pragmatic English would cripple the subtlety somewhat I think, so bear with me in not translating this....(perhaps when i'm in the mood for a pondering session, as practice makes perfect and I need more practice of English of late!) 
    (thanks n'jib for a remarkable metaphor of love and pollen....  )
     
              ถ้าเปรียบชีวิตคนเราเหมือนการเดินทาง...สำหรับความรัก ฉันให้นิยามเปรียบมันเหมือนเศษผงละอองเกสรดอกไม้ ที่ปลิวไปมาตามสายลม และมีมากมายรอบตัวเรา ขณะที่เราเดินทางตามทางของเราอยู่นั้นเอง  เราไม่รู้หรอกว่ามันมาจากต้นไม้ต้นไหนเหมือนกัน แต่มันก็มีกลิ่นที่หอมน่าดมทำให้อยากค้นหาต้นไม่น้อย...บางคน อาจใช้เวลาทั้งชีวิตในการตามหาต้นของมัน เจอบ้างไม่เจอบ้าง เสียเวลามากมาย เดินออกนอกเส้นทางก็เยอะแยะ บางคนบอกว่าคุ้ม แต่ฉันเคยมองว่ามันดูงี่เง่าและเสียเวลา...แถมบางที แค่ละอองเกสรที่ดันปลิวเข้าตาเข้าจมูกโดยบังเอิญ ยังทำเราแสบตาร้องไห้ได้อีกต่างหาก ถ้าแพ้ก็เรื่องใหญ่ไปเลย...แล้วคุ้มไหมเน๊ยะกับการเสียเวลา เสียน้ำตาให้ละอองเกสรดอกไม้ที่ล่องลอยปลิวไปปลิวมาตามกระแสลมที่ไร้จุดหมายอันเล็กนิดเดียวเน๊ยะ...
              ที่ฉันเปรียบความรักของคนเหมือนเกสรดอกไม้ เพราะฉันมองว่า ความรักนั้นถ้ามองจริงๆ ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆสำหรับคนเรา แต่อยู่รอบๆตัวพวกเรานี่แหละ ขาดก็ไม่ตายเพราะมันไม่ใช่ปัจจัย 4 แต่ชีวิตก็ดูเหี่ยวเฉา เส้นทางการเดินทางคงแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวาและความสดชื่น กลิ่นหอมช่างเย้ายวนชวนดมให้คล้อยตามมันได้ง่ายๆ แต่ความรักก็มักไม่ใช่เรื่องที่จะเล่นด้วยง่ายๆได้ ให้นึกดูว่า คุณกำลังวิ่งไล่ตามเกสร/กลีบดอกไม้ที่ถูกลมพัดปลิวโดยไร้ทิศทาง มันเหมือนอยู่แค่เอื้อมมือ แต่คุณก็คลาดที่จะจับมันได้ทุกครั้งไป..ความรักก็เป็นเช่นนั้น จริงอยู่ที่อยู่รอบตัวเรา แต่ก้ไม่ง่ายนักที่จะไขว่ขว้าจับมันมาเป็นเจ้าของกันได้ง่ายๆ ยิ่งไขว้ขว้ามากเท่าไร ก็มีแต่จะเหนื่อยเพิ่มเท่านั้น เผลอๆ ตามไม่ทันมันก็ทำให้เราเสียใจได้ไม่น้อยเลย พอรู้สึกตัวได้ อาจหลงทางมาไกลจนหาทางกลับไม่ได้เช่นกัน... นอกจากนี้ คนที่ทุกข์จากรักก็มากมาย เช่นเดินเฉยๆ ลมก็พาเกสรปลิวเข้าตมเข้าจมูก จามเป็นแถบๆได้เช่นกัน ฉันกำลังพูดถึง "โชคชะตา" บางทีมันก็เล่นตลกกับคนเราได้บ่อยๆนะ...ทำให้คนเสียน้ำตากับเรื่องกระติ๋วเดียวที่เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตคน..ทำให้ชีวิตต้องหยุดเดินกลางคันเน๊ยะมันสนุกมากมายจิงน้อ....แต่สุดท้าย ความรักก็เป็นเพียงแค่เกสรดอกไม้ มันเข้าตาเข้าจมูกเราได้ จามซักพัก ก็หาย ชีวิตก็เดินต่อได้ ไม่ได้เสียอะไรไปนอกจากนำตาไม่กี่หยด แต่สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ อันนี้เกิดมาเพื่อรักจริงแฮะ ก็เศร้าไปแล้วกัน ถือว่ามีเวรมีกรรมต่อกันชาติปางไหนนะคะ รับทุกข์กันไป...-*- (แต่เดี๋ยวนี้เขาก็มียาแก้แพ้กันแล้วนะ)...
               ส่วนคนที่คิดว่าคุ้มกับการตาม(หา)ความรักไป เพราะเขาคิดว่า จะเจอต้นมันและได้อาศัยพึ่งพิงต้นไม้ต้นใหญ่นั้นตราบชั่วชีวิตได้ อืม...ก็ดีไม่น้อยเนาะ ถ้าได้เจอแบบซักต้นมะม่วงต้นใหญ่ ได้กินผล ได้หลบแดด เป็นที่อยู่ได้สบายๆ แต่เคยนึกบ้างไหมว่าถ้าหากมันเป็นแค่ดอกหญ้าเล็กๆ แล้วจะทำไง...ลูกก็ไม่มีให้กิน หลบไรก็ไม่ได้ ทับหน่อยก็ตายละ อ้าว...ได้แค่ชื่นชมกันแป๊บเดียวเอง เผลอๆทำเราคันอีกต่างหาก(สำหรับคนแพ้เช่นเดิม) ก็อีกแหละ หลายคนก็ต้องเสียใจเพราะละจากทางที่เดินมาไกลแสนไกลละ (ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงจำนวนมากนะคะ...คูณผู้ชายอ่านแล้วตระหนักด้วย ส่วนผู้หญิงน่ะตระหนักเหตุบังเอิญ/ความจริงนี้ไว้เยอะๆ) เฮอ....น่าสงสารจริงๆ!! แต่เราก็ไม่เถียงนะว่าบางคนน่ะคุ้มจริงๆที่ได้มีความรักแบบนั้น แต่น้อยคนนักที่เราเคยเห็น...
               ด้านดีๆของความรักก็มี..ไม่ใช่จะแย่ไปซะทุกอย่าง...อะ..ก็อย่างที่บอกตอนต้น ความรักก็ทำให้ชีวิตคนเรามีความสดชื่นสดใสมีชีวิตชีวา ไม่น่าเบื่อในการเดินทาง นึกดูนะ ถ้าเดินอยู่บนทางที่เต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้า กับทางที่แห้งแล้งกันดาร อันไหนจะสุนทรีย์เดินได้ไม่เบื่อมากกว่ากันล่ะเนาะ....ฉะนั้น ทางเลืกอที่ดีที่สุดสำหรับความรักน่ะ ในมุมมองเราว่า...
               เราก็เดินตามทางของเราไปเรื่อยๆนั่นแหละ ยังไงฝันของเรา ทางของเรา ถึงที่สุดแล้วเราก็ต้องเดินเอง ช่วยตัวเองอยู่ดี เพียงแต่ ระหว่างทางเพื่อไม่ให้น่าเบื่อ+เหนื่อย+เมื่อยล้ามากมายนัก  ก็ไม่ผิดที่เราจะชื่นชมกับกลิ่นและภาพสวยๆงามๆรอบตัวจากเกสรดอกไม้ (เป็นยาใจที่ดีนะ ^^) และถ้าหากถึงเวลาอันสมควรละ ที่ต้องวิ่งตามหาต้นไม้ที่พักพิงสำหรับเราซักต้น ก็จงอย่ากระโจนวิ่งหาไปข้างหน้าอย่างเดียว จงหันหลังและศึกษาทางเดินกลับมาเส้นทางเดิมด้วย หรือมองลู่ทางด้านข้างๆไปด้วย เผื่อว่า ต้นไม้ที่เราคิดไว้นั้นมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดอะนะ...(กันไว้ดีกว่าแก้นะจ๊ะ) อ้อ..ลืมบอกไป ...ไม่ใช่ว่าคุณดอกหญ้าจะน่าเกลียดจนต้องเสียใจนะจ๊ะถ้าเจอน่ะ...อย่าลืมสิ ความรักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทุกคนควรมีทางจัดการกับความรักในรูปแบบของตัวเองนะ...ถ้าเราจะเสนอกว่า เอาต้นหญ้าใส่กระถางแล้วเดินไปพร้อมเราล่ะ ก็ไม่เลวใช่ม้า^^..5555 ทางแก้มีหลายทาง อย่าสิ้นหวังกันนักนะคะ
               สุดท้ายความรักหรือคนที่เรารักก็เหมือนกับต้นไม้ เราต้องรู้จักเขาให้มากพอ แถมต้องอดทน+ยอมรับเขาได้ ไม่งั้นเราจะรดน้ำพรวนดินเขาได้ถูกวิธีเหรอคะ ถ้าปล่อยตามมีตามเกิดก็นะ....ความรักก็ลุ่มๆดอนๆตามเรื่อง แล้วถ้าวันหนึ่งมันเฉาตายล่ะ ไม่ต้องโทษใครเลย ก็เราทั้ง 2 นั่นแหละทำกันเอง...ฉะนั้นหัดจดบันทึก หัดหาตำรามาดูแลต้นไม้ของคุณกันไว้บ้างก็ดีนะคะ อย่างน้อยความรู้ก็แก้ปัญหาพื้นฐานหลักๆได้บ้างนะ ที่เหลือก็ความเข้าใจ (หรือศัพท์เทคนิคที่ใช้กับอย่างอื่นก็..ทักษะ ไงคะ)ที่ต้องฝึกทำกันเองบ่อยๆนะ ถึงจะมีกันได้ ไม่ใช่ท่อง 2 วันสอบได้ แหม..เรียนกันมาเป็นเดือน -*-"....ที่พอจะทำให้ปัญหาการดำรงชีวิตของต้นไม้อยู่ยาวนานมั่นคงได้นะคะ....
    February 21

    my current favourite songs---

      
    ตอนนี้ที่ชอบที่สุดก้อของโบ สุนิตาอ่ะ 'รักแท้หรือแค่เหงา'
    and in English:
    'Seven Years'- Nora Jones
    'Nine Million Bicycles' and 'Spider's Web' - Katie Melua
    -- very nice, thoughtful and realistic (for what i feel now at least)
     
    SampLe: Nine Million Bicycles- Katie Melua- live performance too
     
     
     
     
    February 08

    To Agree or not to Agree, That is the Question

     
    I selected some quotes auto-generated from the new LiveSpaceGadget which i want to ponder. 
    They are:
     
    "Men always want to be a woman's first love - women like to be a man's last romance."  - Oscar Wilde
     and
     "We know our friends by their defects rather than by their merits."  - W. Somerset Maugham
     
    I agree with the women's part, not entirely certain about the men's perspective but think not, and totally DISAGREE with the second statement. 
     
    How about you guys?  Am I wrong to judge that this Maugham was a rather manipulative guy who exploit other?  Or on a candide light, does he mean, "We know true friends from adversity and are willing to accept their defects?".  If then, I think he should just say so!
    February 07

    Don't shy away from the facts...

    What Thaksin told his compatriots through 'Time'

    Time: How mature is Thailand's democracy?

    Thaksin: Without democracy it's not possible for Thailand to prosper, because without democracy, we will not get the trust and confidence [of investors] to develop the country.

    This one is my favourite. Just let Thaksin's statements speak for themselves. "I'm a straightforward man. Provinces that give us their trust deserve our special care. We have to take care of the whole country, but our limited time has to be allocated to provinces where we receive the most trust. Provinces that trust us less will have to wait." "Democracy is a good and beautiful thing, but it's not [my] ultimate goal. Democracy is just a tool, not our goal. We can't drive a Rolls-Royce to a rural village and fix people's problems; sometimes a pickup or good off-road vehicle will do".

    Slips of the tongue? Probably. But putting them together with his latest interviews can tell a lot about how mature Thailand's democracy is or how fickle Thaksin is. Some blame Thaksin more than the military and vice versa. The debate over which one is worse is wide ranging and seemingly endless.

    There is one question though that I think Time should have asked Thaksin:

    "Democracy gave you the biggest ever mandate, not once but twice. What have you done to protect it?"

    - directly quoted from Tulsathit Taptim, The Nation, Feb 7, 2007.

    - read more (on his version of freedom of the press, elections, corruption scams)at : http://nationmultimedia.com/2007/02/07/opinion/opinion_30026143.php